5 ข้อควรรู้ เตรียมตัวก่อนเสริมคาง ให้ปลอดภัย หน้าเรียวเป็นธรรมชาติ 2564

0
160
5-ข้อควรรู้ก่อนเสริมคางให้หน้าเรียว
5-ข้อควรรู้ก่อนเสริมคางให้หน้าเรียว

สมัยนี้ไม่ว่าจะเป็นส่วนไหนของร่างกายก็สามารถสร้างขึ้นใหม่ได้หมดด้วยการทำศัลยกรรม ยิ่งในเค้าโครงหน้าเป็นส่วนที่มองเห็นได้ชัด การจะมีโครงสร้างหน้าที่สวย นั่นแปลว่าช่วงคางต้องคุณที่เรียวได้รูป

ดังนั้น สาว ๆ หลายคนจึงอยากจะมีคางเรียวสวยเพื่อให้ตัวเองถ่ายรูปออกมาแล้วดูดี ตัดผมตรงไหนก็ได้ ใส่แว่นทรงอะไรก็สวย การเสริมคางจึงกลายเป็นที่นิยมขึ้นมาทันที แต่ก่อนจะคิดที่จะ ผ่าตัดเสริมคาง

สาว ๆ รู้กันหรือยังคะว่า เราควรรู้เรื่องอะไรบ้างเกี่ยวกับการเสริมคาง ถ้าในหัวของคุณยังว่างเปล่า มาค่ะมา มานั่งรออ่านตรงนี้เลย เรารวบรวมข้อมูล รวมถึงข้อสงสัยที่ควรรู้ก่อนที่จะเสริมคางมาฝากกัน 

ฉีดคาง-ผ่าตัดคาง-ต่างกันอย่างไร

1. ฉีดคาง VS เสริมคาง แตกต่างกันอย่างไร

  มีหลายคนคิดว่าการฉีดคางกับการเสริมคางนั้นเหมือนกัน แต่แท้จริงแล้ว แม้ว่าทั้งสองอย่างจะจัดอยู่ในหมวดศัลยกรรม แต่ก็ไม่ได้เหมือนกันซะทีเดียว ซึ่งมีความแตกต่างกัน ดังนี้

ฉีดคาง หรือฟิลเลอร์คาง คือการฉีดสารเติมเต็มเข้าไปในใบหน้า ซึ่งจะถูกดูดซึมและสลายไปเอง

  • ข้อดี: คางสวยได้รูปในระยะเวลา อันรวดเร็ว โดยไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน
  • ข้อเสีย: ผลลัพธ์จะอยู่ได้แค่เพียงชั่วคราว จะสลายไปได้ใน 1 – 2 ปี จึงจำเป็นต้องหมั่นมาเติมบ่อย ๆ นั่นแปลว่าหากใครเลือกวิธีนี้ อาจจะต้องสำรองเงินไว้สักหน่อย รูปทรงคางสามารถเปลี่ยนแปลงได้ไม่คงที่

เหมาะสำหรับ: คนที่มีปัญหาคางบุ๋ม คางตัด คางไม่ได้รูป หรือคนที่มีคางสั้นเล็กน้อย เนื่องจากการฉีดฟีลเลอร์สามารถเพิ่มความยาวคางได้เพียง 0.5 – 1 ซม. เท่านั้น หากยาวกว่านี้จะทำให้หน้าเบี้ยวได้

เสริมคาง หรือการเสริมคางด้วยซิลิโคน เป็นการผ่าตัดขนาดเล็ก ใช้เวลาเพียง 30 – 45 นาที ขึ้นอยู่กับปัญหาและความยากง่ายของแต่ละเคส

  • ข้อดี: ผลลัพธ์อยู่ได้แบบถาวร สามารถเลือกรูปทรงก่อนจะทำได้ตามความต้องการ
  • ข้อเสีย: ต้องใช้เวลาในการพักฟื้น

เหมาะสำหรับ: คนที่มีคางที่สั้นมาก ๆ แต่โดยทั่วไปสามารถครอบคลุมเคสได้มากกว่าการฉีดคาง

2. วัสดุที่ใช้สำหรับเสริมคาง

ในแวดวงศัลยกรรม วัสดุที่ใช้สำหรับเสริมคางมีอยู่ 3 ชนิด ได้แก่

ซิลิโคน (Silicone) วัสดุที่ใช้ในวงการแพทย์ มีทั้งแบบสำเร็จรูปและแบบตกแต่งรายเคส

  • ข้อดี: ผลข้างเคียงน้อย
  • ข้อเสีย: ปรับแต่งรูปทรงได้ยาก และอาจจะเคลื่อนจากตำแหน่งได้ง่าย ทำให้ต้องใช้สกรูยึด

 e-PTFE เป็นวัสดุที่ใช้สำหรับผ่าตัด หลอดเลือด หรือ ปิดแผล ไส้เลื่อน

  • ข้อดี: เมื่อใส่เข้าไป เนื้อเยื่อจะงอกแทรกไปตามรูพรุนของวัสดุทำให้เหมือนเนื้อเยื่อธรรมชาติ
  • ข้อเสีย: แก้ไขและเลาะนำออกมาได้ยาก

PMMA customized implant เป็นวัสดุประเภทเดียวกับ Bone cement ให้เทคนิคการทำ เหมือน 3D

  • ข้อดี: รูปทรงได้ขนาดตามความต้องการของแต่ละเคส
  • ข้อเสีย: เสียเวลาและค่าใช้จ่ายจำนวนมาก เพราะก่อนทำต้องทำการสแกนใบหน้า จากนั้นจึ่งงขึ้นรูปเพื่อทำโมเดล
ประเมินตนเองก่อนคิดที่จะเสริมคาง

3. ประเมินตัวเองก่อนคิดจะเสริมคาง

ก่อนที่เราจะตัดสินใจว่าเราจะเลือกฉีดคางหรือเสริมคาง เราจะต้องประเมินรูปหน้าของตัวเองก่อน ว่าเราเหมาะกับแบบไหนมากกว่า โดยสัดส่วนของใบหน้าที่สวยได้รูป จะต้องแบ่งสัดส่วนออกเป็น 1:1:1 ดังนี้

ส่วนที่ 1 จาก หน้าผาก ถึง หว่างคิ้ว – 1 ส่วน
ส่วนที่ 2 จาก หว่างคิ้ว ถึง ปลายจมูก – 1 ส่วน
ส่วนที่ 3 จาก ปลายจมูก ถึง คาง – 1 ส่วน

  • คนที่เหมาะกับการฉีดคาง : ส่วนที่ 3 จะต้องมีส่วนต่างไม่น้อยกว่า 1 ซม.
  • คนที่เหมาะกับการเสริมคาง : ส่วนที่ 3 จะต้องมีส่วนต่างมากกว่า 1 ซม.

4. ระยะเวลาในการพักฟื้นและอาการแทรกซ้อน

หลายคนที่ต้องการจะเสริมคางอาจจะกังวล ว่าทำไปแล้วจะพักฟื้นนานหรือเปล่า เพราะอาจจะลางานได้ไม่นาน ต้องรอนานแค่ไหนกว่าที่คางของเราจะสวยเข้ารูป สำหรับระยะเวลาในการพักฟื้น หลังการผ่าตัด สามารถมีอาการบวมหรืออาการเชียวช้ำได้ ซึ่งจะมากหรือน้อยนั้นขึ้นอยู่กับแต่ละบุคคล

โดยมากจะกินเวลานานสุดอยู่ที่ 3 – 4 วัน และจะค่อย ๆ ดีขึ้นตามลำดับ หากเป็นการเสริมคางแผลภายนอก ตัดไหมใช้เวลา 7 วันหลังผ่าตัด แต่ถ้าเป็นการเสริมคางแผลภายใน ไม่ต้องตัดไหมเนื่องจากใช้ไหมละลาย โดยไหมที่เย็บแผลจะค่อย ๆ หลุดออกได้เอง ประมาณ 2 – 3 สัปดาห์ขึ้นไป

สำหรับอาการแทรกซ้อนสามารถพบได้เช่นกัน แต่น้อยมาก ๆ ซึ่งโดยมากจะขึ้นอยู่กับการเลือกสถานที่หรือคลินิกที่ไม่ได้มาตรฐาน อันที่จริงควรเลือกคลินิกที่มีแพทย์ ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางและมีประสบการณ์สูง รวมถึงเครื่องมือจะต้องได้มาตรฐานและปลอดภัย ผ่านการฆ่าเชื้อในทุกกระบวนการ

เสริมคางแล้วทำให้เกิดแผลเป็นไหม

5. เสริมคางแล้วทำให้เกิดแผลเป็นหรือไม่

การเกิดแผลเป็นนั้นจะขึ้นกับบุคคล บางรายอาจจะมีสภาพผิวที่ส่งผลต่อการเกิดแผลคีรอยด์ได้ง่าย ๆ แต่น้อยมาก ๆ ที่จะเกิดแผลเป็น เพราะขนาดของแผลมีขนาดเล็กมาก ดังนั้นรอยแผลจะค่อย ๆ จางไป โดยกินระยะเวลาประมาณ 1 – 3 เดือน

ส่วนในกรณีคนที่เป็นแผลเป็นได้ง่าย การดูแลหลังการเสริมคางจคงเป็นสิ่งสำคัญมาก ๆ ต้องหมั่นทายาทารอยอย่างสม่ำทุกเช้า – เย็น และปฏิบัติตัวตามที่แพทย์แนะนำอย่างเคร่งครัด เพื่อรักษาผลลัพธ์ให้ออกมาได้ผลดีที่สุด

  ทีนี้ถ้าได้ลองศึกษาข้อมูลข้างต้นนี้แล้ว ก็เดินหน้าไปทำสวยได้อย่างมั่นใจในระดับหนึ่งแล้วค่ะ แค่มีคลังข้อมูลในหัวไว้พิจารณา และดูแลตัวเอง เท่านี้ก็หายห่วงไปเปราะหนึ่งแล้ว