ร้อยไหมก้างปลา ไหมแต่ละชนิดคุณสมบัติแตกต่างกันอย่างไร ไหมแบบไหนดีที่สุด?

0
154

ร้อยไหมก้างปลา

ร้อยไหมก้างปลา เป็นอีกชื่อเรียกหนึ่งของการร้อยไหมเงี่ยง (barb) ซึ่งแพทย์ส่วนใหญ่ ใช้เรียกกัน วัตถุประสงค์ของไหมชนิดนี้คือการดึงใบหน้าให้ยกกระชับขึ้น และยังมีอีกชื่อหนึ่งที่แพทย์ไทยตั้งขึ้นมาเอง คือ ไหมก้างปลา โดยตั้งตามลักษณะหน้าตาของเงี่ยงไหมที่คล้ายกับก้างปลา สำหรับใช้ในการอธิบายให้คนไข้เข้าใจได้อย่างเห็นภาพมากยิ่งขึ้น

bidirectional barbed thread คือชื่อเรียกในทางการแพทย์ของเงี่ยงลักษณะดังกล่าว ไม่ได้เรียกว่า ก้างปลา (fishbone)  และยังมีการตั้งชื่อเรียกกันขึ้นมาเองโดยคนไทยอีกหลายชื่อ อย่างเช่น ไหมเงี่ยงกุหลาบ ไหมจระเข้ ไหมปิรันย่า ไหมทับทิม ไหมมังกร ไหมปากฉลาม ไหม double-lock และไหมทอร์นาโด โดยในทางการแพทย์ ไหมที่มีชื่อเรียกต่าง ๆ ดังกล่าวมิได้มีความแตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญ เพียงแต่ตั้งชื่อให้ต่างกันด้วยเหตุผลทางการค้า  ทั้งหมดต่างก็เป็นไหมเงี่ยง bidirectional barbed thread

จุดที่แตกต่างกันซึ่งเป็นสิ่งที่คนไข้ควรทำความเข้าใจก่อน คือ วัสดุที่ใช้ทำเส้นไหมที่ปลอดภัย โดยแบ่งออกเป็น 3 ชนิด อันได้แก่ PDO PLLA PCL โดยเส้นไหมมีหน่วยวัดขนาดเป็นสากล ได้แก่ USP2-0, USP0, USP1, USP2  ตามหลักสากลในการแบ่งวัสดุและขนาดของเส้นไหม จะช่วยให้สามารถบอกได้อย่างชัดเจนเกี่ยวกับคุณภาพของไหมแต่ละชนิด ร้อยไหมกี่วันเห็นผล ดึงหน้าได้ดีเพียงไร รวมทั้งทำแล้วอยู่ได้นานหรือไม่

ร้อยไหมก้างปลา-9ccce1c9--pdo

เปรียบเทียบไหมก้างปลาชนิด PDO ที่มีลักษณะเงี่ยงและขนาดต่างกัน และจะมาเจาะลึกว่า ร้อยไหมอะไรดีที่สุด?

1. บางคนบอกว่า ร้อยไหมแล้วไม่ได้ผล เพราะอะไร

หากย้อนกลับไปในอดีต เทคนิคด้านการ ร้อยไหมก้างปลา เมื่อประมาณ 4-5 ปีที่แล้ว ยังไม่ค่อยแพร่หลายถ้าเทียบกับปัจจุบัน การร้อยไหมโดยทั่วไปจะร้อยเข้าไปในผิวชั้นตื้น โดยใช้ไหมเรียบ (mono) ซึ่งมีลักษณะเส้นสั้นและเล็ก เพื่อช่วยเติมเต็มผิวคล้ายกับฟิลเลอร์ แต่ไม่สามารถที่จะดึงยกกระชับผิวได้ แม้จะช่วยลดริ้วรอยได้ก็ตาม  ผลลัพธ์จะไม่เป็นที่น่าประทับใจ ผลที่ได้นั้นเกิดจากอาการบวมในช่วง 2-3 อาทิตย์แรกหลังฉีดเท่านั้น ต่างไปจากคำที่โฆษณาไว้ โดยคนไข้หลายรายที่เคยลองทำเสียเงินจำนวนมากแล้วไม่ได้ผล จึงส่งผลให้หลาย ๆ คนเข็ดกับการร้อยไหม

ในปัจจุบันนี้การร้อยไหมส่วนใหญ่จะเป็น การร้อยไหมก้างปลา แทบทั้งสิ้น รวมทั้งการร้อยไหมเป็นหัตถการที่ราคาที่ไม่แพง ได้ผลดีมากคุ้มกับเงินที่เสียไป จึงทำให้คนจำนวนไม่น้อยหันกลับมานิยมการร้อยไหมกันมากยิ่งขึ้นอีกครั้ง  ส่วนการยกกระชับใบหน้าด้วยการร้อยไหม mono ในทุกวันนี้จะไม่มีแล้วในเกือบทุกคลินิก มักจะนิยมทำ Hifu แทน หากต้องการผลที่คล้ายกับการร้อยไหม mono เนื่องจากผลที่ได้จากการทำ Hifu ชัดเจนกว่าและอยู่ได้นานกว่า

ภาพเปรียบเทียบไหมเรียบกับไหมก้างปลา

ภาพเปรียบเทียบไหมเรียบ (mono) เส้นบน กับไหมก้างปลา (barb) เส้นล่าง การร้อยไหม mono ในสมัยก่อนไม่ค่อยเห็นผล เนื่องจากไหม monoไม่มีเงี่ยงที่ช่วยในการดึงผิวที่หย่อนคล้อย

2. ลักษณะของไหมก้างปลา เลือกแบบไหนดีที่สุด

คุณสมบัติของไหมก้างปลาที่ดีที่สุด ได้แก่

2.1 ไหมก้างปลาที่ดีที่สุด อยู่ได้นาน ควรทำจากวัสดุที่มีคุณสมบัติละลายช้า

เปรียบเทียบไหมแต่ละประเภท

วัสดุที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา เป็นไหมละลายที่ใช้ในทางการแพทย์ได้อย่างปลอดภัย เช่น ใช้ในการผ่าตัดเย็บหัวใจ ได้แก่ PDO PLLA และ PCL ในขณะที่ไหมละลายจะช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนและอีลาสติน ทำให้ผิวบริเวณที่ร้อยไหมกระชับขึ้นแข็งแรงขึ้นด้วย

ตารางเปรียบเทียบไหมแต่ละประเภท

·         ไหม PLLA : จุดเด่น คือ ความแข็ง ส่วนข้อเสีย คือ เปราะหักง่าย

·         ไหม PCL : จุดเด่น คือ ความยืดหยุ่น นอกจากนี้ไหม PCL รุ่นล่าสุดยังมีส่วนผสมของ PLLA ในสัดส่วนที่เหมาะสมอีกด้วย ปัจจุบันนี้ไหม PCL+PLLA จัดเป็นวัสดุเส้นไหมที่ดีที่สุดครับ

ร้อยไหมก้างปลา อยู่ได้นานแค่ไหน?

ในคนไข้บางรายที่โครงสร้างผิวขาดคอลลาเจนและอีลาสติน ไหมจะไม่สามารถพยุงผิวได้นานอย่างที่ควรจะเป็น เนื่องจากผิวจะหลุดออกจากเส้นไหมก่อนที่ไหมจะละลายไปหมด  ส่งผลให้การยกพยุงของเส้นไหมจะอยู่ได้สั้นลง แม้ว่าตามปกติเส้นไหม PCL+PLLA จะอยู่ได้นานประมาณ 18-24 เดือนก็ตาม

ทั้งนี้ สามารถแก้ไขด้วยการร้อยไหมเพิ่มเข้าไปใหม่ในแนวเดิม เนื่องจากมีการสร้างอีลาสตินขึ้นมาจากการร้อยไหมที่ทำไปก่อนหน้านี้ ส่งผลให้เมื่อร้อยไหมในครั้งต่อไปผิวจะเกิดการยึดเกาะได้ดีขึ้น รวมถึงผลที่ได้จากการฉีดจะอยู่ได้นานขึ้นเรื่อย ๆ ครับ

ร้อยไหมก้างปลา แต่ละชนิดแตกต่างกันอย่างไร

คลิป VDO นี้เป็นการสาธิตให้เห็นถึงการร้อยไหมแต่ละชนิดนั้นแตกต่างอย่างไรบ้าง หากใครที่กำลังสนใจอยากจะเข้ารับการร้อยไหมถ้ายังไม่ได้ดู ต้องถือว่าพลาดอย่างแน่นอน

ขอบคุณข้อมูล: ร้อยไหมอะไรดีที่สุด? ร้อยไหมแต่ละชนิดต่างกันอย่างไร? จาก Youtube Channel: V Square Clinic

2.2 ไหมก้างปลาเส้นใหญ่ เงี่ยงใหญ่ เนื่องจากละลายช้า จึงอยู่ได้นานมากขึ้น

usp

ตารางเปรียบเทียบขนาดของเส้นไหมตามหน่วยวัดสากล USP

ขนาดของเส้นไหมก้างปลา

วิธีดูขนาดของเส้นไหมก้างปลา เราสามารถสังเกตได้จาก สีของเข็มที่ใช้ ร้อยไหมก้างปลา (ตามรูปด้านบนไล่จากซ้ายไปขวา) ได้แก่

·         เข็มสีเทา 27G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP 5-0

·         เข็มสีส้ม 25G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP 4-0

·         เข็มสีฟ้า 23G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP 3-0

·         เข็มสีเขียว 21G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP 2-0  โดยเข็มชนิดนี้มักนิยมใช้กันในคลินิกทั่วไป เนื่องจากเข็มมีขนาดเล็ก จึงร้อยง่าย ไม่ต้องใช้ความชำนาญสูงก็ทำได้ ทำให้เกิดบวมช้ำน้อย แต่ผลที่ได้อาจจะอยู่ไม่นานเพราะไหมมีขนาดเล็ก

·         เข็มสีเหลืองอ่อน 20G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP0

·         เข็มสีน้ำตาล 19G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP1

·         เข็มสีชมพู 18G : ใช้สำหรับการร้อยไหมที่มีขนาด USP2 (ซึ่งในปัจจุบันนี้ ถือเป็นไหมก้างปลาที่มีขนาดใหญ่ที่สุด)

ขนาดของเส้นไหมก้างปลา-คลินิกทั่วไป

ไหมก้างปลาในคลินิกทั่วๆไปจะมีขนาด USP 3/0 , 2/0 สังเกตได้จากสีของเข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็น สีฟ้า(23G) หรือ สีเขียว(21G)

ขนาดของเส้นไหมก้างปลา-vsquareclinic

ที่ V Square clinic หมอจะเลือกใช้ไหมก้างปลาเส้นที่ใหญ่ที่สุดตอนนี้คือ USP2 USP1 USP0 เข็มที่ใช้ร้อยไหมจะเป็นเข็มสี สีชมพู(18G) สีน้ำตาล(19G) หรือ สีเหลืองอ่อน(20G)

2.3 ไหมก้างปลาที่ดี ควรเป็นไหมที่มีความยืดหยุ่นสูง

ไหม PCL มีลักษณะไม่เปราะหรือขาดง่าย (ตามที่ได้อธิบายไว้ในข้อ 1) มีความยืดหยุ่นสูงที่สุด และทนต่อการขยับได้ดี ส่วนไหม PLLA นั้นมีข้อดีคือ แข็งทนทานต่อแรงดึงได้ดีที่สุด แต่เมื่ออยู่ในคนที่มีการขยับใบหน้าตลอดเวลาอาจจะเปราะและขาดได้ง่าย

2.4 ไหมก้างปลา ช่วยกระตุ้นร่างกายให้สร้างคอลลาเจน

เนื่องจาก PLLA สามารถกระตุ้นการสร้างอิลาสติน (elastin) และคอลลาเจน (Collagen) ได้สูงที่สุด ฉะนั้น เพื่อช่วยให้โครงสร้างผิวแข็งแรงขึ้นหลังการร้อยไหม  จึงได้มีการนำ PLLA มาผสมเข้าไปด้วยในไหม PCL รุ่นล่าสุด

3. ตัวอย่าง ไหมก้างปลา ชนิดต่างๆ

ไหมก้างปลา-abc

ร้อยไหมก้างปลา ตัวอย่างไหมก้างปลาชนิดต่างๆ

เรียงจากซ้ายไปขวา

·         A.ไหมก้างปลา PDO USP 0 รุ่นมาตรฐาน

·         B.ไหมก้างปลา PDO USP 2 (เส้นใหญ่ที่สุด)

·         C.ไหมก้างปลา PCL USP2 (เส้นใหญ่ที่สุด ดีที่สุด)

ไหมก้างปลา-pdo-usp2

เมื่อเปรียบเทียบระหว่าง ไหมก้างปลา pdo USP2 (ในรูปภาพด้านบน) กับ ไหมกุหลาบ(MINT) pdo USP2 (ในรูปภาพด้านล่าง) ถ้าดูจากรูปภาพเพียงอย่างเดียว หลายคนอาจคิดว่าไหมกุหลาบ MINT ดูเหมือนจะดีกว่า  แต่ในข้อเท็จจริงแล้ว ตามกระบวนการผลิตส่วนของไหมกุหลาบ เส้นไหม A ไม่ได้ถูกหลอมขึ้นมาพร้อม ๆ กันกับส่วนของเงี่ยงไหม B แต่จะถูกหลอมแล้วจึงนำมาเชื่อมติดกันตามรอยเส้นปะทีหลัง

ไหมกุหลาบไม่เป็นที่นิยมในปัจจุบัน เนื่องจากเมื่อไหมละลาย ส่วน A กับ B จะหลุดออกจากกันก่อน ทำให้ไม่สามารถดึงผิวไว้ได้นานกว่าไหมก้างปลาดังคำที่ได้โฆษณาไว้ รวมทั้งยังมีโอกาสที่จะเกิดอาการบวมช้ำได้มาก เพราะในขั้นตอนการร้อยไหมกุหลาบจำเป็นต้องใช้เข็มที่ขนาดใหญ่กว่ามาก แถมราคาก็ยังแพงกว่ามากอีกด้วย

ไหมกรวย silhouette

จากที่เห็นในภาพบน คือรูปภาพที่ใช้ในการโฆษณาของ ไหมกรวย silhouette ซึ่งเป็นวัสดุประเภท PLLA ในขณะที่รูปภาพล่างเป็นรูปของเส้นไหมของจริง หากเราดูจากรูปโฆษณาเพียงอย่างเดียวอาจเข้าใจผิดได้ คิดว่าไหมกรวยมีขนาดใหญ่น่าจะดึงผิวได้เป็นอย่างดี แต่แท้จริงแล้วไหมกรวยไม่เป็นที่นิยมใช้ในการร้อยไหม เพราะเป็นไหมที่มีราคาสูงมาก แถมยังมีขนาดที่ค่อนข้างเล็ก (USP 0)

4. การร้อยไหมก้างปลา ใช้กี่เส้น จึงดีที่สุด

ควรจะใช้ไหมก้างปลาข้างละกี่เส้นในการร้อยไหม ตามปกติจะใช้ไหมข้างละ 3-10 เส้น  โดยคุณหมอจะเป็นผู้ประเมินคนไข้ทุกเคสก่อนทำ อีกทั้งยังขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ ได้แก่

·         ผิวหน้าของคนไข้มีความแน่นมากเพียงใด

·         จุดใดบ้างที่คนไข้ต้องการดึง

·         คนไข้มีเนื้อแก้มมากแค่ไหน

เปรียบเทียบกับการยกของ หากเราใช้เชือกจำนวนหลายเส้นย่อมแข็งแรงมั่นคงและอยู่ได้นานยิ่งขึ้น ดังนั้น หากคนไข้ต้องการให้อยู่ได้นานขึ้นกว่าปรกติ สามารถใช้จำนวนเส้นที่เยอะขึ้นได้ ทั้งนี้ แพทย์จะเป็นผู้ประเมินจำนวนเส้นไหมที่ต้องใช้ตามความเหมาะสมกับคนไข้แต่ละราย

ที่ V Square Clinic จะมี 2 วัสดุให้เลือก นั่นคือ วัสดุ PDO กับ PCL+PLLA โดยคลินิกจะเลือกใช้แต่ไหมก้างปลาที่ดีที่สุดเท่านั้น รวมทั้งเส้นใหญ่ที่สุดด้วย

ไหมก้างปลา PDO

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 6 เส้น  ราคาเพียง 6,999 .-  บาท

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 10 เส้น ราคาเพียง  9,900 .- บาท

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 12 เส้น ราคาเพียง 11,000 .- บาท

ไหมก้างปลา PCL+PLLA

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 4 เส้น  ราคาเพียง 9,900 .- บาท

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 6 เส้น  ราคาเพียง 13,000 .- บาท

·         ร้อยไหมก้างปลา จำนวน 10 เส้น  ราคาเพียง 19,999 .- บาท

5. รีวิว ร้อยไหมก้างปลา

รีวิว ร้อยไหมก้างปลา
รีวิว ร้อยไหมก้างปลา
รีวิว ร้อยไหมก้างปลา
รีวิว ร้อยไหมก้างปลา
รีวิว ร้อยไหมก้างปลา

รีวิวร้อยไหมก้างปลา

*ผลการรักษาแตกต่างกันแต่ละบุคคล

6. ร้อยไหมก้างปลากี่วันเห็นผล? หน้าบวมกี่วันหลังการร้อยไหม?

หลังการร้อยไหมจะสามารถเห็นผลได้ทันที เนื่องจากเงี่ยงไหมที่มีลักษณะคล้ายตะขอจะเกี่ยวดึงผิวขึ้น ตามปกติแล้วในช่วง 3-4 วันแรกหลังทำมักจะมีอาการบวมมากขึ้น  จากนั้น อาการบวมจะค่อย ๆ ยุบลง จนกระทั่งใบหน้าเข้าที่ภายใน 14 วัน แต่กรณีที่ครบ 4 วันแล้วคนไข้ยังมีอาการปวดมากขึ้น บวมแดงมากขึ้น ต้องรีบกลับไปที่คลินิกเพื่อให้คุณหมอทำการตรวจประเมินและจ่ายยาให้กินเพิ่มเติมครับ

จากรูปภาพการรีวิวด้านบน เป็นรูปหลังร้อยไหมทันที เกือบทุกเคสจะเห็นว่าใบหน้าบวมช้ำไม่มากครับ เพราะในทุกวันนี้ เทคนิคการร้อยไหมก้างปลาได้รับการพัฒนาให้ดียิ่งขึ้น มีทั้งฉีดยาชา และการใช้เข็มทู่ รวมทั้งคนไข้ปฏิบัติตัวตามคำแนะนำอย่างเคร่งครัดทั้งก่อน-หลังร้อยไหม จึงทำให้เคสส่วนใหญ่ที่ร้อยไหมแล้วใบหน้าจะบวมไม่มาก อีกทั้งยังดีขึ้น 80% ภายในระยะเวลา 7-14 วันอีกด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.vsquareclinic.com/blogs/thread-lift/

เอกสารอ้างอิง

1. A.C. Vieira, J.C. Vieira, R.M. Guedes, A.T. Marques. EXPERIMENTAL DEGRADATION CHARACTERIZATION OF PLA-PCL, PGA-PCL, PDO AND PGA FIBRES. แหล่งข้อมูล:http://iccm-central.org/Proceedings/ICCM17proceedings/Themes/Behaviour/SUSTAIN%20GREEN%20COMP/F23.9%20Vieira.pdf

2. Silhouette Soft. thread lift. แหล่งข้อมูล:https://silhouette-soft.com/the-procedure/

3. Jake Yoon. MINT (Minimal Invasive Non-Surgical Thread). แหล่งข้อมูล:https://youtu.be/hhgQcIERo5w