โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา / เกาหลี / อังกฤษ / เยอรมัน ต่างกันอย่างไร?

0
302
แฉหมดเปลือก-วิธีเลือกโบท็อก-กลโกงโบท็อก

ฉีดโบท็อก

โบท็อก คือ ชื่อทางการค้าของ โบทูลินั่ม ท็อกซิน เอ (Botulinum toxin type A) ในบทความนี้ ขอเรียกสั้น ๆ ว่า โบท็อก ซึ่งมีการนำมาใช้ในแวดวงการเสริมความงาม เป็นสารสกัดจากแบคทีเรียที่ชื่อว่า คลอสตริเดียม โบทูลินัม (Clostridium botulinum) มีผลออกฤทธิ์ต่อระบบประสาท (neurotoxin) โดยจะไปรบกวนการทำงานของระบบประสาท ส่งผลให้มัดกล้ามเนื้อทำงานได้ลดลงชั่วคราว

ในบทความนี้อาจมีข้อมูลวิชาการบางส่วนที่เข้าใจยากอยู่บ้าง ทั้งนี้เพื่อจะอธิบายว่า โบท็อก ช่วยเรื่องอะไรได้บ้าง โบท็อก ยี่ห้อไหนดี และแต่ละยี่ห้อนั้นต่างกันอย่างไร เพื่อรวบรวมข้อมูลให้คนไข้ใช้ในการตัดสินใจในการเลือกยี่ห้อก่อนเข้ารับการฉีดโบท็อก

คุณสมบัติของโบท็อก

โบท็อก ในแต่ละยี่ห้อนั้นย่อมมีจุดเด่นแตกต่างกันไป ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ได้แก่ ชนิด protein complex, ขนาดของ molecule complex, ความคงทนในการเก็บรักษา และกรรมวิธีการทำตัวยาให้บริสุทธิ์

ทั้งนี้ ขนาดของ molecule complex  เป็นคุณสมบัติที่จะทำให้โบท็อกแต่ละยี่ห้อเกิดความแตกต่างกันมากที่สุด

ในที่นี้หมอจะขออธิบายถึง คุณสมบัติที่จะส่งผลให้ Botox เกิดความแตกต่างกันมากที่สุด โดยจะเรียงลำดับตาม A. B. C. ดังต่อไปนี้

A.ขนาด ของ molecule complex (molecule complex size) ของโบท็อก

คุณสมบัติของโบท็อก

โมเลกุล คอมเพล็กซ์ (Molecule complex) ของโบท็อก ประกอบไปด้วยหลัก ๆ 3 ส่วน ได้แก่

1. Accessories protein (750kDa) คือ ส่วนที่ 1 (หรือ หน่วยปกป้อง) ทำหน้าที่นำพาและปกป้องโบท็อกส่วนที่ 2 และ 3 จากจุดที่ฉีด เพื่อให้โบท็อกสามารถแพร่ไปยังปลายเส้นประสาท ได้อย่างปลอดภัย โดยไม่ถูกทำลาย

2. Heavy chain (100kDa) คือ ส่วนที่ 2 เป็นกุญแจให้โบท็อกส่วนที่ 3 สามารถเข้าสู่เซลล์เส้นประสาท

3. Light chain (50kDa) คือ ส่วนที่ 3 เป็นโบท็อกส่วนตัวที่ระงับการทำงานของกล้ามเนื้อ

ซึ่งความสำคัญของโบท็อก ส่วนที่ 1 คือ

ผลของโมเลกุลต่อการแพร่กระจาย

– กรณีที่ออกแบบให้โบท็อกกระจายตัวแคบ (Botox Allergan แคบที่สุด > Botulax)

ข้อดี

·         ส่งผลให้สามารถควบคุมการฉีดให้ออกมาแม่นยำ ตรงจุด เหมาะกับการฉีดโบท็อกที่กล้ามเนื้อโดยตรง

·         ส่วนที่ 3 มีความเข้มข้นสูง ผลจากการฉีดจึงอยู่ได้นานขึ้น

ข้อเสีย

·         โบท็อกชนิดนี้ การจะฉีดให้ผลออกมาดูเป็นธรรมชาตินั้น ต้องอาศัยแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญ ไม่เช่นนั้นแล้วอาจจะเกิด คิ้วกระดก ยิ้มแข็ง แก้มตอบ ได้

– กรณีที่ออกแบบให้โบท็อกกระจายตัวกว้าง (Dysport กว้างที่สุด > Xeomin > Nabota > Botulax) จะช่วยให้ผลการฉีดโบท็อกดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินไป เหมาะกับเทคนิค dermolift

ข้อดี

·         เหมาะกับผู้ที่ต้องการผลลัพธ์จากโบท็อกให้หน้ากระชับแบบเร่งด่วน เนื่องจากออกฤทธิ์ไว

·         เหมาะกับการฉีดในบริเวณกว้าง เช่น ลดน่อง ลดต้นแขน

ข้อเสีย

·         โบท็อกส่วนที่ 3 ที่ทำงานระงับกล้ามเนื้อในแต่ละเซลล์ มีความเข้มข้นโบท็อกลดลง ผลลัพธ์จากการฉีดอยู่ได้สั้นลง

·         หากแพทย์ที่ฉีดให้มีความชำนาญไม่มากพอ มีความเสี่ยงมากขึ้นที่จะเกิดอาการ ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยว หรือตาตก

allergan-dysport

ในรูปด้านบนนี้เป็นการย้อมสีผิวหนัง เพื่อจะดูพื้นที่ที่โบท็อกออกฤทธิ์ ซึ่งจะเห็นได้ว่า โบท็อกฝั่งซ้ายที่เป็นยี่ห้อ Allergan (โบท็อกอเมริกา) จะมีการกระจายตัวยาที่แคบกว่า โบท็อกฝั่งขวาที่เป็นยี่ห้อ Dysport (โบท็อกอังกฤษ)

B.ความบริสุทธิ์ของตัวยาโบท็อก และ protein complex

โบท็อก เป็นโปรตีนชนิดหนึ่ง ที่เมื่อฉีดเข้าไปในร่างกายแล้วไม่ทำให้เกิดอันตราย  เพราะสามารถสลายไปได้หมดทั้ง 100% แต่ในบางรายร่างกายอาจจะสร้างภูมิต้านทาน (antibody) ขึ้นมา ส่งผลให้เกิดการดื้อโบท็อกขึ้นได้

ในผู้ที่เกิดการดื้อโบท็อกแล้ว จะทำให้โบท็อกที่ฉีดเข้าไปในร่างกายไม่ออกฤทธิ์ สาเหตุเกิดจาก antibody ของร่างกายจะจับกับโบท็อก ทำให้โบท็อกไม่สามารถออกฤทธิ์ได้

การดื้อโบท็อกสามารถเกิดได้จากทั้ง โปรตีน ส่วนที่ 1, 2, 3 (ดังข้อ A.)

ส่วนที่ 3 ของโบท็อกทุกยี่ห้อจะคล้ายคลึงกัน เนื่องจากต่างก็เป็น botulinum toxin type A เหมือน ๆ กัน แตกต่างกันที่สายพันธุ์เล็กน้อยเท่านั้น

ส่วนที่ 1, 2 ของโบท็อกแต่ละยี่ห้อ จะมีความแตกต่างกัน ดังต่อไปนี้

ขอบคุณข้อมูล โบท็อกยี่ห้อไหนดีที่สุด อเมริกา/เกาหลี/อังกฤษ/เยอรมัน ต่างกันอย่างไร? จาก Youtube Channel: V Square Clinic

Allergan (โบท็อกอเมริกา)

Allergan คือบริษัทดั้งเดิมต้นฉบับ (original) ของโบท็อก โดยมีงานวิจัยรับรองยาวนานที่สุด มากกว่า 3,500 ชิ้นงาน (since 1989) ดังนั้นจึงน่าเชื่อถือได้ว่าโปรตีนคอมเพล็กซ์ (protein complex) ส่วนที่ 1 และ ส่วนที่ 2 นี้ผ่านการพัฒนามาเพื่อทำให้โอกาสที่จะดื้อโบท็อกนั้นมีน้อยที่สุด และเมื่อเทียบกับโบท็อกยี่ห้ออื่นแล้ว ผลการรักษาของ Allergan จะดีที่สุด

โบท็อก Allergan ของอเมริกา ยาจะกระจายตัวแคบที่สุด  ซึ่งให้ผลการรักษาที่ออกมาดีที่สุดและแม่นยำที่สุด หมอจึงสามารถคาดคะเนการออกฤทธิ์ของโบท็อกได้อย่างแม่นยำ

โบท็อกอเมริกาเหมาะกับการฉีดโบท็อก lift ด้วยเทคนิค Nefertiti lift

ทั้งนี้ในการฉีดโบท็อกอเมริกาเข้ากล้ามเนื้อ ต้องอาศัยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง เพื่อให้อยู่ได้นาน และผลออกมาดูเป็นธรรมชาติ มิเช่นนั้นอาจจะเกิดอาการยิ้มแข็ง คิ้วกระดก แก้มตอบ ได้

 Allergan (อเมริกา)

Dysport (โบท็อกอังกฤษ) (since1990)

Dysport โบท็อกอังกฤษเน้นการพัฒนาแต่ protein ในส่วนที่ 2 เท่านั้น โดยเชื่อว่า การลด protein ในส่วนที่ 1 จะช่วยให้โอกาสในการดื้อโบท็อกน้อยลง และส่งผลให้โบท็อกในส่วนที่ 3 ออกฤทธิ์ได้รวดเร็วขึ้น

มีจุดเด่นคือ

·         จะทำให้โบท็อกกระจายได้อย่างทั่วถึง ไม่กระจุกเป็นจุดแคบ ๆ

·         เหมาะกับการฉีดโบท็อกด้วยเทคนิค dermolift เพื่อยกกระชับหน้า

·         เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดริ้วรอยอย่างดูเป็นธรรมชาติ จะตึงขึ้นประมาณ 50%

·         เหมาะกับการฉีดลดเหงื่อ ลดกลิ่นตัว ลดต้นแขน และลดน่อง

Dysport โบท็อกอังกฤษมีกระจายตัวกว้าง และเนื่องจากการที่ยากระจายตัวกว้าง ทำให้การฉีดต้องอาศัยแพทย์ที่มีความชำนาญ โดยระมัดระวังในการฉีดสูง ในกรณีที่แพทย์ไม่มีความชำนาญที่เพียงพออาจจะเพิ่มความเสี่ยงที่จะเกิดผลข้างเคียงต่าง ๆ ตามมาได้ เช่น ตาตก ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยว

 (ทั้งนี้ ในความเห็นส่วนตัวของผม ถ้า protein ในส่วนที่ 1 ถูกออกแบบมาดีพอ โอกาสที่จะดื้อโบท็อกย่อมมีน้อย  อีกทั้งประโยชน์ของส่วนที่ 1 คือเป็นเหมือนพาหนะที่จะช่วยให้โบท็อกส่วนที่ 2,3 แพร่จากจุดที่ฉีด ไปยังปลายเส้นประสาทได้อย่างปลอดภัย โดยที่ไม่โดนร่างกายเราย่อยก่อน    ส่งผลให้เราใช้โบท็อกส่วนที่ 3 ด้วยจำนวนยูนิตที่น้อยลง ซึ่งโอกาสที่ดื้อโบท็อกก็จะน้อยลงด้วย)

Dysport (โบท็อกอังกฤษ)

Xeomin (โบท็อกเยอรมัน)

Xeomin เป็นโบท็อกเยอรมัน โดยคุณสมบัติต่างๆจะอยู่กึ่งกลางระหว่าง Allergan อเมริกากับ Dysport อังกฤษ ซึ่งเน้นพัฒนาโดยนำข้อดีของทั้ง Allergan กับ Dysport มารวมกัน

·         มีความบริสุทธิ์สูง

·         ตัวยาจะไม่กระจุกตัวแคบเกินไป

·         ทำให้ได้ผลที่ออกมาดูเป็นธรรมชาติ ไม่ตึงเกินไป

·         มีงานวิจัยแสดงว่า Xeomin ได้ผลดีในเคสที่ดื้อยา โดยที่เคสดื้อยาเหล่านั้นต้องหยุดการฉีดโบท็อกอย่างน้อย 2-3 ปีมาแล้ว

Xeomin (โบท็อกเยอรมัน)

Nabota (โบท็อกเกาหลี)

Nabota คือ โบท็อกเกาหลี เน้นการพัฒนาให้ออกฤทธิ์ไว ซึ่งเป็นโบท็อกเกาหลียี่ห้อเดียวที่ผ่านงานวิจัยรับรองจาก อย.อเมริกา U.S.FDA approved (2018)

nabota_botox เกาหลี

Botulax (โบท็อกเกาหลี)

Botulax โบท็อกเกาหลี มีความพยายามพัฒนาให้เหมือน โบท็อก Allergan (โบท็อกอเมริกา) จากประสบการณ์การรักษา พบว่าจะออกฤทธิ์ไวกว่า Allergan เล็กน้อย ระยะเวลาอยู่ได้สั้นกว่าเล็กน้อย แต่ราคาถูกเป็นเท่าตัว

Botulax (โบท็อกเกาหลี)

การฉีดโบท็อก บางคลินิกอาจจะอ้างว่าไม่สามารถเปิดเผยสูตรยาได้  หรือจำเป็นต้องผสมยาในห้องปลอดเชื้อ ซึ่งเป็นข้อควรระวัง เพราะไม่เป็นความจริง

เพื่อความมั่นใจว่าเป็นโบท็อกแท้ ดังนั้น การฉีดโบท็อกทุกยี่ห้อ แพทย์ควรแกะกล่อง เปิดขวดใหม่ ดูดยา ให้คนไข้ดูต่อหน้าจนหมด และให้คนไข้สามารถนำกล่องและขวดกลับไปตรวจสอบที่บ้านได้

เทคนิคการฉีดโบท็อก Dermolift vs Nefertiti lift แตกต่างกันอย่างไร ?

dermo-lift-nefertiti

เทคนิค Dermolift กับ Nefertiti lift นี้ เป็นหลักการการฉีดโบท็อกที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

เทคนิค Dermolift คือ

·         การฉีดโบท็อกลงในชั้นผิวหนัง จะทำให้เกิดฤทธิ์ของ dermotoxin ทำให้ผิวหนังหดตัว

·         โดยจะฉีดในแนวจุดสีดำตามรูป เพื่อดึงหน้าขึ้น

·         ผลจาก dermolift จะอยู่ได้แค่ 1-2 เดือน

·         ควรทำเฉพาะเวลาที่ต้องการผลเร่งด่วน ไม่ควรทำบ่อยๆ เพราะจะเพิ่มโอกาสในการดื้อโบท็อก

·         โบท็อกที่เหมาะกับเทคนิคนี้คือ Dysport/Nabota

เทคนิค Nefertiti lift มีการทำงานดังนี้

·         จะแบ่งกล้ามเนื้อใบหน้าออกเป็น 2 ส่วน คือ ส่วนที่ดึงขึ้นกับส่วนที่ดึงลง (ปกติแล้ว 2 ส่วนนี้จะต้านกันไว้เสมือนชักเย่อ)

·         เราฉีดโบท็อกไปในส่วนที่ดึงลง (ตามจุดสีขาวในภาพ) จะทำให้ส่วนที่ดึงขึ้น มีแรงมากกว่า และส่งผลให้ใบหน้ายกกระชับขึ้น

·         การฉีดโบท็อก nefertiti lift ผลลัพธ์จะอยู่ได้ประมาณ 3-4 เดือน

·         ที่ V Square Clinic โดยปกติจะเน้นทำ Nefertiti lift ให้กับคนไข้มากกว่าการทำ Dermolift เพราะ Nefertiti lift อยู่นานกว่า และใช้ยูนิตโบท็อกน้อยกว่า

ทั้งนี้ ในกรณีที่คนไข้ต้องการผลที่เร่งด่วน สามารถทำ Nefertiti lift คู่กับ Dermolift ได้ในครั้งเดียวกัน

ข้อควรระวังของ โบท็อก แต่ละยี่ห้อ

Allergan (โบท็อกอเมริกา)

ในทุกวันนี้มีหลาย ๆ คลินิกที่นำโบท็อกเกาหลีใส่ขวด Allergan โบท็อกอเมริกา มาฉีดให้แก่คนไข้ ซึ่งอาจได้ผลใกล้เคียงกัน ตึงเหมือนกัน คนไข้จึงแยกไม่ออก หากแต่ต่างกันที่โอกาสในการดื้อยาและระยะเวลาของผลการฉีด ซึ่งการดื้อยาเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญเป็นอย่างมากและควรระมัดระวังให้ดี

ดังนั้น หากต้องการฉีดโบท็อกปริมาณไม่ถึง 50ยู/หรือไม่ถึง 100ยู แนะนำว่าให้ชวนเพื่อนมาแชร์กันฉีดให้ครบ 50ยู/100ยู เพื่อคุณหมอจะได้ทำการเปิดขวดใหม่ และผสมยาให้ดูต่อหน้า รวมทั้งหลังฉีดควรจะเก็บขวด-กล่องกลับบ้าน หรืออาจถ่ายรูปเก็บไว้เป็นหลักฐาน แล้วจึงนำไปตรวจสอบเพื่อให้มั่นใจว่าเป็นโบท็อกของแท้

Dysport (โบท็อกอังกฤษ)

การนับ unit ของโบท็อกอังกฤษ จะต่างจาก โบท็อกยี่ห้ออื่น ซึ่งเป็นจุดที่ต้องระมัดระวัง ดังนี้

·         โบท็อกอังกฤษ 250 ยูนิต จะเทียบเท่ากับโบท็อกยี่ห้ออื่นๆ 100 ยูนิต 

·         หากแต่บางคลินิกนำไปโฆษณาว่า โบท็อกอังกฤษราคาถูกๆ 100ยู ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วคือเทียบเท่าแค่ 40ยู เท่านั้น

Botulax (โบท็อกเกาหลี)

โบท็อกเกาหลี ทั้งยี่ห้อ Botulax มักจะเจอยาปลอม ยาหิ้วเยอะมาก

·         มีบางคลินิกนำยาปลอมมาใส่ในขวดโบท็อกเกาหลีแท้ แล้วนำมาฉีดให้คนไข้

·         หลังจากฉีดไปแล้วไม่ได้ผล ทางคลินิกจะอ้างว่าเป็นเพราะคนไข้เลือกใช้โบท็อกเกาหลี จากนั้นจึงแนะนำให้คนไข้ลองฉีดด้วยโบท็อกอเมริกา

·         แต่เมื่อคนไข้จ่ายเงินเพิ่ม ทางคลินิกกลับนำโบท็อกเกาหลีแท้ ใส่ขวดโบท็อกอเมริกา มาฉีดให้กับคนไข้ ซึ่งทั้งหมดนี้คนไข้ไม่รู้ความจริงใด ๆ เลย

Nabota (โบท็อกเกาหลี)

คำโฆษณาที่ว่า “โบท็อกเกาหลี Nabota เห็นผลหลังฉีดทันที” ของบางคลินิกนั้นไม่เป็นความจริงแต่อย่างใด หากคนที่ฉีดแล้วรู้สึกว่าหน้าตึงเลยทันที อาจเป็นเพียงอาการบวมเข็ม ซึ่งไม่ว่าจะฉีดด้วยโบท็อกยี่ห้อใดก็ตาม ก็มักจะเกิดผลหลังฉีดทันทีในลักษณะนี้ได้เช่นกัน 

สำหรับผู้ที่กำลังศึกษาข้อมูลว่าจะ ฉีดโบท็อกยี่ห้อไหนดี นอกจากการพิจารณาเลือกจากยี่ห้อ Botox จะเป็นสิ่งสำคัญแล้ว การเลือกแพทย์ที่ชำนาญ คลินิกที่ได้มาตรฐาน ต่างก็มีความสำคัญเช่นกัน เพื่อให้ผลลัพธ์ออกมาดูเป็นธรรมชาติ โดยไม่มีผลข้างเคียง

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.vsquareclinic.com/