ฉีดโบท็อกที่ไหนดี อ่านด่วน !!! ถ้าไม่อยากเจอหมอกระเป๋า ไม่อยากดื้อโบท็อก

0
56

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี? ข้อมูลที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจฉีด เพื่อความปลอดภัย

การฉีดโบท็อกถือเป็นหัตถการขั้นพื้นฐาน ที่คุณหมอมักแนะนำแก่คนไข้เป็นอันดับต้น ๆ โดยเฉพาะในผู้ที่ไม่เคยแต่งเสริมเติมอะไรบนใบหน้ามาก่อนเลยมักจะเริ่มต้นด้วยการฉีดโบท็อก ถือเป็นประตูสู่ความงามที่ได้รับความนิยมสูงมากในทุกวันนี้ เนื่องจากเห็นผลได้อย่างชัดเจนทั้งในเรื่องการปรับใบหน้าให้เรียว การลดริ้วรอย กระตุ้นคอลลาเจน (Collagen) เพื่อให้หน้าใส อีกทั้งยังมีราคาไม่แพง และมีความปลอดภัยสูง

แต่ถ้าหากไม่ได้ศึกษาข้อมูลมาก่อนว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดี คลินิกไหนเชื่อถือได้ ต้องระวังอะไรบ้าง และต้องเตรียมตัวอย่างไรก่อนฉีด เราอาจพบกับปัญหาต่าง ๆ ตามมา ได้แก่

1. เสี่ยงกับโบท็อกปลอม

2. ไปเจอกับหมอกระเป๋า หรือแพทย์ที่ขาดประสบการณ์

3. รีวิวของคลินิก จากแหล่งที่เป็นกลาง

4. โบท็อกอยู่ได้สั้นลง เนื่องจากขาดการเตรียมตัวก่อนฉีดให้ถูกต้อง

1. เสี่ยงกับโบท็อกปลอม

ในการตัดสินใจเลือกว่าจะ ฉีดโบท็อกที่ไหนดี เราควรปฏิบัติตามข้อแนะนำ ดังนี้

1)      ในขั้นตอนก่อนทำการฉีดโบท็อก เราควรขอให้แพทย์แกะกล่องเปิดขวดใหม่ และผสมยาให้ดูต่อหน้าทุกครั้ง

2)      ศึกษาเกี่ยวกับจุดสังเกตของโบท็อกของแท้แต่ละยี่ห้อ  (โบท็อกแท้จะมาในรูปแบบผลึกสีขาว ๆ แห้ง ๆ เคลือบที่ก้นขวด โดยในขวดจะไม่มีน้ำอยู่)    ซึ่งโบท็อกแท้ไม่ว่ายี่ห้อใดก็ตาม ต้องมีขั้นตอนการละลายโบท็อกก่อนนำมาฉีด โดยคุณหมอจะใส่น้ำเกลือในปริมาณที่เหมาะสมลงไปในขวด

3)      เมื่อคุณหมอผสมให้ดูแล้ว และทำการดูดยาออกมาจนหมดขวด  เราจึงจะมั่นใจได้ว่าได้ยาครบทั้ง 100 ยูนิตจริง ๆ

4)      หากเราเองใช้โบท็อกในการฉีดไม่ถึง 100 ยู ควรจะชวนเพื่อนมาหารกันเพื่อให้ครบทั้ง 100 ยูนิต เพื่อจะได้ดูขั้นตอนการเปิดขวดและผสมยา จะได้มั่นใจได้ว่าเป็นโบท็อกแท้

5)      หลังฉีดโบท็อกเสร็จ เราควรขอขวดและกล่องกลับบ้าน หรืออาจจะถ่ายรูปเก็บไว้ตรวจสอบในภายหลัง เพื่อความมั่นใจว่าเป็นโบท็อกแท้

หากเราไปเจอโบท็อกปลอม เมื่อฉีดไปแล้วอาจส่งผลให้เกิด การดื้อโบท็อก ตามมา นั่นคือ ในการฉีดครั้งแรกๆ อาจได้ผลดี แต่ร่างกายเกิดการกระตุ้นให้เกิดภูมิต้านทานขึ้นมาต่อต้านโบท็อก ซึ่งทำให้หลังจากนั้นในการฉีดครั้งถัด ๆ ไป แม้เราจะใช้โบท็อกแท้ที่มีความบริสุทธิ์ก็จะไม่ได้ผลดีเท่าที่ควร

ปัจจุบันนี้ ภาวะดื้อโบท็อกนั้นยังไม่มีทางรักษา หากใครดื้อโบท็อกแล้วก็จะดื้อไปทุก ๆ ยี่ห้อ จนกว่าภูมิต้านทานจะหายไปเองถึงจะสามารถกลับมาฉีดได้ใหม่ ซึ่งอาจใช้เวลานานถึง 3-5 ปี แต่บางรายโชคร้ายดื้อโบท็อกนานถึง 10-20 ปีเลยก็มีค่ะ

การฉีดโบท็อกที่ไม่บริสุทธิ์ โบท็อกปลอม หรือโบท็อกเจือจาง คือสาเหตุของการดื้อโบท็อก ทำให้ผลอยู่ได้สั้นลง จึงต้องฉีดบ่อยขึ้น  เหล่านี้คือสาเหตุที่เราควรแจ้งให้คุณหมอเปิดขวดยาผสมยาให้ดูต่อหน้า เพื่อที่เราจะมั่นใจได้ว่าขวดที่บรรจุน้ำใส ๆ นั้นคือโบท็อกแท้ และมียูนิตอยู่ครบ มิใช่โบท็อกปลอมจากจีนที่แอบเติมลงไปในขวดโบท็อกแท้ที่ใช้หมดไปแล้ว

ขอขอบคุณข้อมูลจาก Youtube Channel (เรื่องวิธีดูโบท็อกแท้ก่อนฉีด) : V Square Clinic

2. ไปเจอหมอกระเป๋า พยาบาล หรือแพทย์ที่ขาดประสบการณ์

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ฉีดโบท็อกเหมือนจะเป็นเรื่องง่าย แต่สิ่งที่ต้องระวังคือโบท็อกหิ้วตามอินเตอร์เน็ทที่มีขายกันมากมายในราคาถูก อีกทั้งหมอกระเป๋าและพยาบาลที่รับฉีดในราคาถูกกว่าปกติหลายเท่าตัว ทำให้คนส่วนใหญ่เข้าใจกันว่าเมื่อฉีดโบท็อกแล้วจะปากเบี้ยว หน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด ตาตก คิ้วกระดก พูดง่าย ๆ คือดูออกเลยว่าไปฉีดหน้ามา

คนเราส่วนใหญ่ชอบเห็นแก่ของถูก จึงยอมเสี่ยงที่จะฉีดโบท็อกปลอมหรืออาจรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่ไม่ได้มาตรฐาน  และบางคนฉีดกับพยาบาลหรือหมอกระเป๋า หมอที่ขาดประสบการณ์ หลังฉีดเสร็จแล้วใบหน้าจะดูไม่เป็นธรรมชาติหน้าจะดูแข็งแบบแปลก ๆ

*โบท็อกแท้ของต่างประเทศที่มีการหิ้วเข้ามา จะไม่สามารถเก็บรักษาในอุณหภูมิที่เหมาะสมคือ 2-8 °C ได้ตลอดเวลา หากเก็บในอุณหภูมิที่เย็นหรือร้อนเกินไปก็สามารถทำให้โบท็อกนั้นสลายได้เนื่องจากเป็นโปรตีน และการหิ้วต้องหลบซ่อนในตู้คอนเทนเนอร์เพื่อรอการ shipping อาจรอนานถึงหลายอาทิตย์ คุณสมบัติของโบท็อกที่ลักลอบนำเข้าพวกนี้จึงเสื่อมคุณภาพลง เมื่อนำไปฉีดแล้วจะดื้อยาได้ง่ายขึ้นและผลการฉีดก็อยู่ได้สั้นลงอีกด้วยค่ะ

*ในขณะที่ โบท็อกปลอม จะเสี่ยงต่อการดื้อยา เพราะมีตัวยาที่ไม่บริสุทธิ์ อีกทั้งคุณสมบัติการกระจายของตัวยายังไม่คงที่ (กระจายกว้างในบางครั้ง กระจายแคบในบางครั้ง) จึงยากต่อการคาดคะเนประสิทธิภาพการกระจายตัวของโบท็อกที่ฉีดได้อย่างแม่นยำ จึงมีโอกาสเกิด หน้าแข็ง ยิ้มไม่สุด ปากเบี้ยว ตาตก คิ้วกระดก ปัญหามากมายตามมาได้ง่ายคนที่ฉีดโบท็อกซ์กับพยาบาล หมอกระเป๋า จะไปเจอกับยาปลอมหรือยาหิ้วที่ซื้อมาจากอินเตอร์เน็ต  ถึงแม้ในการฉีดครั้งแรกอาจได้ผล แต่จะเริ่มดื้อโบท็อกได้อย่างรวดเร็วในการฉีดครั้งถัด ๆ ไป ในส่วนของโบท็อกแท้ที่นำเข้ามาโดย official distributer จะถูกขายให้แก่หมอและโรงพยาบาลเท่านั้น

ข้อควรระวังอีกอย่างหนึ่งคือ การไปเจอแพทย์ที่ขาดประสบการณ์ แม้ว่าในบางคลินิกจะตั้งราคาไว้แพงก็ตาม ดังนั้นเราควรดูให้ดีก่อนว่า แพทย์ที่จะฉีดให้นั้นเป็นแพทย์ประจำ (full-time) ในคลินิกนั้นหรือไม่ และมีประสบการณ์กี่ปี โดยดูได้จากรีวิวต่าง ๆ ที่ผ่านมาของทางคลินิก เพราะแพทย์ประจำคลินิกมักจะเป็นหมอที่มีประสบการณ์สูงและพยายามรักษาชื่อเสียงของคลินิกให้มากที่สุด

คุณหมอที่เข้ามาตรวจรักษาชั่วคราว (part-time) ที่คลินิกบางท่าน อาจมีประสบการณ์ในการรักษาสูง มีใจรักงานแบบ part-time แต่ก็ยังมีความเสี่ยงอยู่บ้างที่เราอาจไปเจอแพทย์ part-time ที่มีประสบการณ์น้อย บางท่านมารับ job ด้านเสริมความงามชั่วคราวในขณะที่กำลังเรียนสาขาวิชาอื่นอยู่ด้วย  ซึ่งเราจะไม่สามารถดูข้อมูลการรีวิวได้เลยว่าแพทย์ท่านนั้นมีผลตอบรับเป็นอย่างไร

3. รีวิวของคลินิก จากแหล่งที่เป็นกลาง

การจะตัดสินใจได้ว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดี การอ่านข้อมูลรีวิวจากแห่งที่เป็นกลาง (คือแหล่งรวบรวมข้อมูลที่ทางคลินิกไม่สามารถลบทิ้งเองได้ เช่น รีวิวติดดาวใน facebook  หรือใน google map, ดูรีวิวตามเว็บ pantip หรือใน wongnai) เป็นสิ่งที่จำเป็นมาก เพื่อเราจะได้ทราบถึง feedback ต่อเคสต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นจริง รวมถึงดูความรับผิดชอบของทางคลินิกในกรณีที่มีเคสหลุดเกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่านข้อมูล เนื่องจากอาจมีการโพสต์เพื่อกลั่นแกล้ง จึงควรดูคำชี้แจงจากทางคลินิกประกอบด้วย เพื่อสามารถตัดสินใจเลือกคลินิกที่มีคุณภาพน่าเชื่อถืออย่างแท้จริง

4. โบท็อกอยู่ได้สั้นลง เนื่องจากขาดการเตรียมตัวก่อนฉีดให้ถูกต้อง

ฉีดโบท็อกอย่างไรให้ได้ผลอยู่ได้นาน ลดความเสี่ยงที่จะเกิดการดื้อยา และลดความถี่ในการฉีด จำเป็นต้องเตรียมตัวก่อนฉีด ได้แก่

·         ควรค้นคว้าข้อมูลเรื่องวิธีสังเกต “โบท็อกแท้” ตาม ข้อ 1.

·         ก่อนตัดสินใจเลือกว่า ฉีดโบท็อกที่ไหนดี ควรพิจารณาดูข้อมูลรีวิวของคลินิกแต่ละแห่ง และเลือกแพทย์ที่มีประสบการณ์สูงตาม ข้อ 2. ,และ ข้อ 3.

·         ควรงดรับประทานยาในกลุ่มที่ออกฤทธิ์ลดการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน, NSAIDs และเว้นการขัดหน้า สครับหน้า ในช่วงเวลาก่อนเข้ารับการฉีด 2-3 วัน เพื่อช่วยลดความเสี่ยงที่จะเกิดอาการเขียวช้ำ

·         ผู้ที่ลงคอร์สนวดหน้า ทำหน้า ทำเลเซอร์ที่มีกำหนดต้องการอยู่เป็นประจำ แนะนำให้ทำมาให้เรียบร้อยก่อนฉีด Botox เพราะต้องงดการทำหน้าไปอีกประมาณ 2 อาทิตย์

·         ควรปรึกษาคุณหมอ  กรณีที่มีข้อห้ามหรือข้อสงสัยเกี่ยวกับการฉีดโบท็อก

·         ผู้ที่มีอาการผมร่วงแตกปลาย, เป็นแผลเรื้อรัง, ผิวแห้งลอก, เป็นผื่นง่าย, เล็บแห้งเปราะหักง่าย ซึ่งเป็นอาการของผู้ที่ขาดธาตุสังกะสี  หลังฉีดโบท็อกแล้วควรเริ่มกินอาหารที่มีธาตุสังกะสี หรืออาจกินอาหารเสริม แต่ไม่ควรเกินปริมาณ 20 มิลลิกรัมต่อวัน ซึ่งจะช่วยให้โบท็อกออกฤทธิ์ได้เร็วยิ่งขึ้น และผลการฉีดอยู่ได้นานขึ้น

ฉีดโบท็อกที่ไหนดี คำถามนี้หลายท่านที่ได้อ่านบทความนี้จนจบน่าจะได้รับคำตอบกันบ้างแล้ว สุดท้ายนี้ ขอแนะนำให้เลือกคลินิกคุณภาพที่ได้มาตรฐานและน่าไว้วางใจ จะเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดค่ะ
สามารถอ่านข้อมูลเกี่ยวกับโบท็อก ได้ที่นี่ :
https://www.vsquareclinic.com/blogs/botox/

ขอบคุณข้อมูลจาก https://www.vsquareclinic.com/