อาการแพ้ฟิลเลอร์ คืออะไร? มีอันตรายมากไหม? ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์?

0
319

อาการแพ้ฟิลเลอร์

อาการแพ้ฟิลเลอร์ โอกาสมีน้อยมากที่จะเกิดขึ้น ถ้าหากเป็นการฉีดด้วยการใช้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด (HA) เนื่องจากสาร HA มีข้อดีคือ มีความปลอดภัย ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้ ซึ่งก่อนฉีดไม่จำเป็นต้องทำการทดสอบอาการแพ้ มีความคงตัว อยู่ในร่างกายได้นาน รวมทั้งยังสามารถสลายไปได้เอง

แต่ก็ไม่ใช่ว่าทุกคนที่จะสามารถฉีดฟิลเลอร์ได้ ทั้งนี้ คุณหมอได้อธิบายข้อมูลเพิ่มเติมถึงข้อยกเว้นในบางกรณี ดังที่จะกล่าวในบทความดังต่อไปนี้ครับ

ใครบ้างที่ไม่ควรฉีดฟิลเลอร์?

ผู้ที่มีข้อจำกัดดัง 4 ข้อต่อไปนี้ ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์ เพราะไม่ใช่ทุกคนที่สามารถฉีดฟิลเลอร์ได้

1.       คนที่มีอาการแพ้สารไฮยาลูรอนิกแอซิด หรือแพ้ฟิลเลอร์ คือ คนที่ฉีดฟิลเลอร์ไม่ได้เป็นอันขาด

2.       ในคนที่เป็นงูสวัด หรือเริมอยู่  เพื่อป้องการอาการกำเริบมากยิ่งขึ้น จึงควรหลีกเลี่ยงการฉีดฟิลเลอร์

3.       สตรีที่กำลังตั้งครรภ์ หรือคุณแม่ที่อยู่ในระหว่างการให้นมบุตร

4.       คนที่กำลังรับประทานยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด อาทิเช่น ยาแก้อักเสบปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ (NSAIDS), ยาแอสไพริน (ASA), ยาป้องกันการแข็งตัวของเลือด (Warfarin), สารสกัดจากใบแปะก๊วย (Gingko biloba) และวิตามินอี (Vitamin E) รวมถึงผู้ที่มีปัญหาเลือดออกแล้วหยุดยาก หรือผู้ที่มีแผลฟกช้ำได้ง่าย

ผลข้างเคียงที่เกิดจากการฉีดฟิลเลอร์ และอาการแพ้ฟิลเลอร์ เป็นอย่างไร?

สามารถแบ่งประเภทของ อาการแพ้ฟิลเลอร์ หรือผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้นได้ ดังนี้

1.       การเกิดผิวไม่เรียบ (beading) หรือรอยนูน มาจากการใช้เทคนิคการฉีดที่ตื้นเกินไป เช่น การฉีดฟิลเลอร์ในปริมาณที่มากเกินไป การฉีดในบริเวณที่ชั้นผิวมีความบาง หรือมีการเลือกใช้ฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลไม่เหมาะสม อาจส่งผลให้เห็นฟิลเลอร์เป็นก้อนได้ หรือเห็นเป็นรอยนูน

2.       กรณีบริเวณที่ฉีดฟิลเลอร์ เกิดรอยแดง หรือรอยช้ำ ซึ่งสามารถหายไปได้เองภายในระยะเวลา 1-2 สัปดาห์

3.       อาจเกิดปัญหาการเคลื่อนย้ายของฟิลเลอร์ คือ ฟิลเลอร์มีการเคลื่อนที่ไปยังบริเวณข้างเคียงที่ไม่ต้องการ ไหลออกจากตำแหน่งที่ฉีด  ซึ่งมักจะเกิดเมื่อฉีดฟิลเลอร์ใกล้กับกล้ามเนื้อที่มีการขยับบ่อย ๆ ดังนั้น จึงควรเลือกฟิลเลอร์ที่มีขนาดโมเลกุลเหมาะสม รวมถึงเทคนิคการฉีดที่ดีด้วย เพื่อช่วยลดปัญหาฟิลเลอร์เคลื่อนย้ายจากบริเวณที่ฉีดและสามารถรักษาผลลัพธ์ของฟิลเลอร์ได้นานยิ่งขึ้น

4.       เกิดอาการแพ้ฟิลเลอร์ ที่มีลักษณะอักเสบ เป็นก้อน นูน แดง โดยภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ผ่านพ้นไปแล้วเป็นเวลาหลาย ๆ เดือนหรือนานเป็นปี อาการแพ้ประเภทนี้อาจพบได้บางครั้ง ขึ้นกับอายุใช้งานของฟิลเลอร์แต่ละชนิดและภูมิคุ้มกันของผู้ที่รับการฉีด

5.       อาจมีอาการตั้งแต่ แดง ร้อน ปวดบวม มีตุ่ม หรือมีก้อนหนองตรงบริเวณที่ฉีด ซึ่งเป็นการติดเชื้อภายหลังการฉีดฟิลเลอร์ หากฉีดกับหมอกระเป๋า เลือกทำที่คลินิกไม่ได้มาตรฐาน หรือเทคนิควิธีการฉีดที่ไม่ถูกต้อง ไม่สะอาด

6.       อาการแพ้ฟิลเลอร์ที่เป็นผื่นลมพิษแบบรุนแรง (angioedema) จะพบได้น้อยมาก ซึ่งถ้ามีอาการคนไข้ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อรับการรักษาทันที

7.       เคสที่ฉีดฟิลเลอร์ผิดตำแหน่ง โดยการฉีดเข้าไปโดนบริเวณหลอดเลือด โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลอดเลือดแดง อาจทำให้หลอดเลือดเกิดการอุดตัน จนอาจส่งผลให้บริเวณที่เส้นเลือดนั้นมาเลี้ยงเกิดอาการเนื้อตาย (necrosis) ขึ้นได้ครับ

8.       ภายหลังการฉีด filler แล้วเกิดตาบอด อันมีสาเหตุมาจากฟิลเลอร์ที่ฉีดเข้าไปอุดตัน บีบ หรือไปกดหลอดเลือดแดง (supratrochlear and supraorbital artery) ซึ่งมีแขนงต่อไปที่หลอดเลือดแดงที่ไปเลี้ยงจอประสาทตา (ophthalmic artery) และอาจส่งผลทำให้คนไข้สูญเสียการมองเห็น

ใครบ้างที่ไม่เหมาะกับการฉีดฟิลเลอร์
อาการแพ้ฟิลเลอร์และผลข้างเคียงที่อาจเกิดจากการฉีดฟิลเลอร์

(รูปภาพตัวอย่างเคสแก้ไข : ในกรณีที่เกิดอุบัติเหตุหลังจากการฉีดฟิลเลอร์จมูก แล้ว filler เข้าสู่หลอดเลือด และมีเนื้อตายชั่วคราว (สังเกตได้ตรงบริเวณจุดสีดำ ๆ) ซึ่งถ้าฉีดโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และมีการใช้ผลิตภัณฑ์ฟิลเลอร์ HA ที่ได้มาตรฐาน จะสามารถแก้ไขได้อย่างทันท่วงทีและมีความปลอดภัย)

หลังฉีดฟิลเลอร์ห้ามกินอะไร? ต้องระวังในเรื่องใดบ้างถ้าอยากให้ฟิลเลอร์เข้าที่เร็วขึ้น?

หลังฉีดฟิลเลอร์ เพื่อช่วยให้ฟิลเลอร์เข้าที่ได้เร็วขึ้น คนไข้ควรใส่ใจในการดูแลตัวเองให้มากขึ้นเป็นพิเศษ  โดยเฉพาะอย่างยิ่งการงดเว้นการกินอาหารบางประเภทที่อาจส่งผลให้ฟิลเลอร์สลายเร็วขึ้น หรือมีส่วนกระตุ้นการอักเสบอีกด้วย  และยังเป็นปัจจัยสำคัญในการรักษาผลลัพธ์หลังฉีด filler ให้อยู่ได้นานขึ้นอีกด้วย

·         หลีกเลี่ยงการนั่งกินอาหารจำพวกหมูกะทะ ชาบู ปิ้งย่าง ที่ต้องอยู่หน้าเตาร้อน ๆ

·         หลังฉีดฟิลเลอร์ ควรงดเว้นการกินอาหารประเภทสุก ๆ ดิบ ๆ หรือร้านอาหารที่ไม่สะอาด เพราะอาจเกิดการอักเสบ ในกรณีที่มีพยาธิบางชนิดในอาหาร ซึ่งอาจไปทำปฏิกิริยากับฟิลเลอร์ได้

·         หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารที่มีรสเผ็ดจัด และแสบร้อนจนหน้าแดง

·         ควรงดเว้นการดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ทุกชนิด น้ำหมัก เหล้า เบียร์ และไวน์

·         งดสูบบุหรี่ จะทำให้ทำให้ผลการรักษาอยู่ได้สั้นลง และยังยุบบวมช้าอีกด้วย เนื่องจากมีสารหลายชนิดในบุหรี่ที่มีฤทธิ์ขยายหลอดเลือด

·         งดเว้นการกินอาหารที่มีรสหวานจัด รวมทั้งอาหารที่มีส่วนผสมของนมวัว เพราะอาจจะไปกระตุ้นให้เกิดการอักเสบและบวมขึ้น

·         งดเว้นการกินอาหารหมักดอง เช่น หน่อไม้ดอง มะม่วงดอง และปลาร้า เพราะมีสารที่ทำให้เส้นเลือดเกิดการขยายตัว

อาการแพ้ฟิลเลอร์

ขอบคุณข้อมูล: [แนะนำ] ฟิลเลอร์ยี่ห้อไหนดี แตกต่างกันอย่างไร  ฉีดฟิลเลอร์ที่ไหนดี 

จาก Youtube Channel: V Square Clinic

สิ่งสำคัญอย่างยิ่งในการฉีดฟิลเลอร์ คือ ควรเลือกใช้ผลิตภัณฑ์อย่างเหมาะสมและถูกต้องตามกฎหมาย และควรฉีดกับแพทย์เท่านั้น เพราะถ้าหากเป็นแพทย์ที่มีประสบการณ์สูง และมีเทคนิคการฉีดที่ดี จะสามารถแก้ปัญหาของคนไข้ได้อย่างตรงจุด และช่วยลดโอกาสที่จะเกิดปัญหาตามมาในภายหลังได้ด้วย

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://www.vsquareclinic.com/tips/what-is-allergic-reaction-filler/